Archive for the ‘บาคาร่า’ Category

บ่อนคาสิโนมีทุกสิ่งทุกอย่าง บาคาร่าออนไลน์

Monday, March 27th, 2017

การพนันในบ่อนคาสิโนนับเป็นอีกการพนันที่ดึงดูดให้คนเราเข้าไปติดบ่วงของคำว่าลุ่มหลงได้เพราะคนที่เข้าไปเล่นในบ่อนคาสิโนจะพบกับสิ่งยั่วยุหลายๆอย่างทำให้พวกเขาอยาที่จะเข้าไปทดลอง บ่อนคาสิโนจึงเป็นบ่อนการพนันที่นักพนันต่างไฝ่ฝันอยากที่เข้าไปสัมผัสการพนันในบ่อนคาสิโนจึงคึกคักและไม่เคยหลับใหล

บ่อนคาสิโนมีทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไว้อำนวยความสะดวกสบายให้สำหรับคนที่เข้าไปใช้บริการ ต่างพอใจในการให้ การบริการของแต่ละบ่อน ในบ่อนคาสิโนขอให้มีเงินเพียงอย่างเดียวก็สามารถเนรมิตสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นที่พัก อาหารการกิน ร้านสะดวกซื้อหรือสิ่งอื่น ก็มีไว้คอยบริการ คนที่เข้าไปเล่นจึงรู้สึกเหมือนอยู่ในสวรรค์ต่างหลงใหลใน บาคาร่าออนไลน์ ความเพลิดเพลินจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างบางคนเล่นจนไม่ยอมกลับบ้าน เล่นจนไม่เหลืออะไรเพราะคนพวกนี้จะหมกหมุ่นอยู่กับการพนันในบ่อนคาสิโนไม่คิดที่จะทำอย่างอื่น ไม่มีความรับผิดชอบจะสังเกตุได้ว่าคนที่ชอบเล่นการพนัน พวกเขาจะไม่สนใจชีวิตคนอื่นนอกจากชีวิตของตัวเอง คนที่ติดการพนันในบ่อนจะมีชีวิตโดดเดี่ยว เพราะเขาจะไม่รับผิดชอบครอบครัว ทำให้เขาต้องอยู่กับการพนันเพราะลูกเมียทนไม่ไหวถึงความไม่รับผิดชอบครอบครัวสุดท้ายชีวิตของพวกเขาก็จะไม่เหลืออะไรเลยในชีวิตเพราะเอาการพนันมายึดติดในชีวิตของตนเอง

สุดท้ายเขาก็โดนผีพนันเข้าสิงในชีวิตจนถอนตัวไม่ได้ คนที่ติดการพนันมากๆเขาก็ไม่มีความสุขในชีวิตเพราะวาดระแวงต้องหาเงินมาใช้หนี้เขาเมื่อเล่นเสียการพนันจึงมักทำลายความรู้สึกนึกคิดของคนเราให้กลายเป็นทาสของคำว่าการพนันอยู่เสมอ

นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

Thursday, March 16th, 2017

1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน

สถานที่ทำงาน 

นักวิทยาศาสตวร์การกีฬาจะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนของงานเอกสาร การหาข้อมูล และจัดทำข้อมูล จดบันทึกความคืบหน้าของงานต่างๆ เราก็จะทำกันที่ออฟฟิศ ซึ่งแล้วแต่หน่วยงานของเราว่าเราประจำอยู่ที่หน่วยงานไหน ออฟฟิศเป็นอย่างไร

ในส่วนที่สอง การทำงานกลางแจ้ง คือการฝึกและให้ความรู้กับนักกีฬา สถานที่ก็จะแล้วแต่กีฬานั้นๆ จะมีห้องฟิตเนส ที่ไว้ใช้สำหรับการฝึกโดยเฉพาะ วิธีการฝึกในห้องฟิตเนสจะแตกต่างจากการเล่นฟิตเนสของคนทั่วไป เพราะปกติการเข้าฟิตเนสของคนทั่วไปคือการทำให้ร่ายการแข็งแรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และลดไขมันส่วนเกิน แต่สำหรับนักกีฬาจะฝึกเรื่อง Movement  เน้นที่การเคลื่อนไหวร่างกาย รักษาระดับความเร็ว การวิ่ง การจัดท่าวิ่ง เมื่อจบโปรแกรมของฟิตเนสเราจะซ้อมกันที่สนามจริงของกีฬานั้นๆ แล้วแต่ความเหมาะสมในการฝึก ในร่มบ้าง กลางแจ้งบ้าง

สภาพการทำงาน 

นอกเหนือจากการฝึกซ้อมนักกีฬาให้มีศักยภาพในการแข่งขันแล้ว ยังมีเรื่อง จิตวิทยา โภชนาการ การรักษาฟื้นฟูด้วยการบริหารกล้ามเนื้อ  การออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด  การบริหารกล้ามเนื้อที่เหมาะสมกับนักกีฬา หรือผู้ป่วยที่มีความเจ็บป่วย หรือบกพร่องของระบบกระดูก กล้ามเนื้อหรือที่มีความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว  ให้คำแนะนำการบริหารกล้ามเนื้อ   ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ  เพิ่มสมรรถภาพร่างกายแก่ผู้ที่มาใช้บริการธาราบำบัด ลู่เดินในน้ำ และอุปกรณ์การออกกำลังกาย หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงตัวได้อย่างเหมาะสม  ศึกษาสังเกตอาการของนักกีฬา หรือผู้ป่วยเพื่อดำเนินการรักษาฟื้นฟู    บันทึกอุปสรรค ปัญหาในการปฏิบัติงานและจัดทำรายงาน  รวมทั้งการให้คำแนะนำแก่นักกีฬา หรือผู้ป่วย และญาติเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของส่วนของร่างกายที่เสื่อมสภาพให้กลับ คืนดีทั้งทางรูปลักษณะและทางหน้าที่  และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง ส่วนงานของพี่คือด้าน สรีรวิทยา การเสริมสร้างร่างกาย ที่ต้อง Treatment กับนักกีฬาโดยตรง

 

ประเภทของลูกค้า

ประเภทของลูกค้าที่ตรงกับสายงานของเราที่สุด คือ นักกีฬา แต่นักกีฬาก็แบ่งออกเป็นหลายประเภท ซึ่งการฝึกซ้อมก็จะมีความแตกต่างกัน เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกัน

  1. นักกีฬาทีมชาติ เป้าหมายคือฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขัน มีความเป็นเลิศและต้องการชัยชนะซึ่งก็จะเน้นไปที่เทคนิคการแข่งขัน กลยุทธ์ของคู่แข่ง วิธีการที่จะได้ชัยชนะมาโดยใช้ความสามารถทางร่างกายจากการฝึกซ้อมแบบวิทยาศาสตร์การกีฬา
  2. นักกีฬาอาชีพ เป้าหมายคือ ต้องการไต่เต้าไปให้ถึงจุดสูงสุดของอาชีพ ได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น จะฝีกในเรื่องของศักยภาพร่างกายในการเล่นกีฬานั้นๆอย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ฝึกความอดทนของร่างกายและกล้ามเนื้อให้สามารถใช้งานได้ดี และไม่บาดเจ็บง่าย
  3. นักกีฬาเยาวชน หรือ นักกีฬาฝึกหัด เป้าหมายคือ ต้องการได้รับความรู้พื้นฐานเพื่อนำไปใช้ในเป็นนักกีฬาในอนาคต

อาชีพนี้ต้องทำงานร่วมกับอาชีพ/ตำแหน่งงานใดบ้าง

เนื่องจากงานของเราเกี่ยวข้องกับการใช้ร่างกายเป็นหลัก ทำให้อาชีพที่ต้องทำงานด้วยจึงเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวของกับการใช้ร่ายกายทั้งสิ้น

  1. นักโภชนาการ  นักกีฬาจะต้องการสารอาหารที่ต่างขจากคนทั่วไป เพื่อนำไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรง และนำพลังงานไปใช้ในการแข่งขัน จึงต้องควบคุมอาหารและเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม นักวิทยาศาสตร์การกีฬาจึงต้องปรึกษากับนักโภชนาการเพื่อเลือกอาหารที่เหมาะสมกับการใช้งานของนักกีฬาแต่ละประเภท
  2. แพทย์ เมื่อนักกีฬาเกิดการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมและการแข่งขัน จะต้องมีการปรึกษากับแพทย์เพื่อได้รับการรักษาทางการแพทย์ควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์การกีฬา มีการตรวจเช็คอาการและกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยไว้ นอกเหนือจากการรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว ยังมีการค้นหาวิธีการเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของนักกีฬาอีกด้วย
  3. นักจิตวิทยา นักกีฬานอกจากจะต้องมีสุขภาพกายที่แข็งแรงแล้วยังจะต้องมีสุขภาพใจที่แข็งแรงด้วย ในการแข่งขันมีความกดดันทั้งในเรื่องของคู่ต่อสู้และด้านกำลังใจของตัวเอง ซึ่งต้องมีนักจิตวิทยาคอยให้คำแนะนำควบคู่กับการฝึกซ้อม  ฝึกฝนให้นักกีฬามีสมาธิกับเกมและมีใจจดจ่อกับตัวเองระหว่างการแข่งขันให้มากที่สุด โดยการฝึกฝนจิตใจตัวเองจะไม่ทำให้ประหม่าในการลงแข่งจนสร้างผลงานได้ไม่ดีเหมือนระหว่างการฝึกซ้อม
  4. นักชีวกลศาสตร์การกีฬา มีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาให้สูงขึ้น เป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับลักษณะท่าทางการเคลื่อนไหว ตำแหน่ง ระยะทาง มุม ความเร็ว และความเร่งกับเรื่องของแรงที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว โดยอาศัยความรู้ทฤษฎีและหลักการทางฟิสิกส์ แคลคูลัส สรีรวิทยาและกายวิภาคศาสตร์ ตลอดจนความรู้ทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษาวิเคราะห์มนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวในเชิงกีฬาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  5. นักเทคโนโลยีทางการกีฬา คือคนที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับประดิษฐ์การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยสนับสนุนในการพัฒนาส่งเสริมตลอดจนการแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องให้กับนักกีฬาเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพให้กับผู้ฝึกสอนกีฬาและนักกีฬารวมทั้งการวิเคราะห์ ข้อมูลการเคลื่อนไหวทางด้านเทคนิคทักษะ การประเมินผลและรายงานผลการแข่งขันที่เป็นประโยชน์ถูกต้องรวดเร็วให้กับผู้ ฝึกสอนกีฬา นักกีฬา และผู้ชม

2. คุณลักษณะของงาน

เป้าหมายของงาน / โจทย์ใหญ่ของงาน /ความท้าทายของงาน

เป้าหมายหลักคือการดูแลและทำให้ศักยภาพร่างกายของนักกีฬามีขีดความสามารถสูงขึ้น ด้วยเทคนิคต่างๆที่จะนำไปสู่เรื่องของการฝึกทักษะได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เมื่อศักยภาพดีก็ทำให้นักกีฬาโชว์ทักษะด้านการกีฬาของเขาได้เต็มที่  ส่วนโจทย์ใหญ่ที่สุดของการทำงานคือ การฝึกนักกีฬาที่ได้รับการบาดเจ็บให้หายและสามารถกลับมาแข่งขันได้ตามเดิม    มีอยู่เคสนึง ที่นักกีฬาได้เข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่า โดยที่เอนไขว้ขาด โดยเอนส่วนนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่ทั้งร่างกายไม่มี                การเทรนนิ่งก่อนการแข่งขันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราต้องหาวิธีการที่เหมาะกับเขา ปรับเปลี่ยนท่าจากเดิมที่จะทำให้นักกีฬาสามารถกลับมาเล่นต่อได้โดยที่ไม่กลับไปบาดเจ็บซ้ำที่เดิมอีก และทำอย่างไรให้เมื่อหายแล้วสามารถกลับไปแข่งได้ด้วย อย่างเร็วที่สุดที่เคยทำได้คือ  6 เดือน และอย่างช้าที่สุดคือ 9 เดือน ซึ่งอยู่ที่ความสม่ำเสมอของเราในการฝึกซ้อมควบคู่ไปกับการรักษา เทคนิคของแต่ละคนจะคล้ายกันแต่วิธีการจะแตกต่างกันตามอาการ

Work process

เวลาของการทำงานนั้น ถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทำงานในหน่วยงานราชกาล ก็จะทำงานแบบ routine เข้างานเช้าเลิกเย็น แต่หากทำงานกับนักกีฬาโดยตรง โดยเฉพาะนักกีฬาทีมชาติ อาจจะต้องมาทำงานแต่เช้าเลือกดึก หน้าที่หลักคือการฝึกซ้อมและให้ความรู้แก่นักกีฬาในเรื่องเทคนิคและวิธีการต่างๆ   นอกเหนือจากนั้นยังต้องทำงานเอกสาร เพื่อค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม จนสถิติ ควาเปลี่ยนแปลงไป งานวิจัยต่างๆ ไม่มีเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับวันที่จะแข่ง ยิ่งใกล้เข้าวันแข่งการฝึกซ้อมยิ่งเข็มข้นและทำงานหนัก และอาจจะต้องทำงานในวันเสาร์อาทิตย์ด้วย

Career path/ความก้าวหน้าของสายอาชีพ

ความก้าวหน้าเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ และการใฝ่รู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะวิทยาศาสตร์การกีฬาว่าด้วยเรื่องของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ควบคู่ไปกับการฝึกซ้อม ของบางอย่างไม่นานก็ล่าหลังถ้าเราไม่ค้นคว้าเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถในการแก้ไขโจทย์ที่ยากขึ้นให้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพนั้นคือนักวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับประเทศและระดับโลกต่อไป

บุคลิก นิสัยของคนที่เหมาะจะทำอาชีพนี้

  1. เป็นนักปฏิบัติ มีความอดทน และรอบคอบ
  2. สนใจและเอาใจใส่ต่อสุขภาพ และชอบค้นคว้าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา
  3. มีใจรักในการกีฬา
  4. ยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น รับในข้อบกพร่องเพื่อพัฒนาตัวเอง
  5. เป็นคนชอบติดตามวิธีการใหม่ๆ ขวนขวาย ความรู้และเทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบกับการทำงาน
  6. ต้องมีมนุษยพันธ์ที่ดี รู้จักพูดอธิบายสิ่งที่ต้องการจะสื่อให้นักกีฬาฟังและอยากทำตามได้
  7. สามารถนำความรู้ที่มีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้

3. คุณค่าและผลตอบแทน

ผลตอบแทน

เรื่องผลตอบแทนขึ้นอยู่กับประสบการณ์การทำงานและโอกาสที่เราได้ทำงาน งานราชกาล เอกชน ก็จะมีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่แตกต่างกัน ยิ่งถ้าได้ทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์การกีฬาให้กับนักกีฬาทีมชาติแล้วยิ่งได้ผลตอบแทนสูง  ถ้ามีประสบการณ์เยอะ สามารถรับงานเป็นวิทยากรในการบรรยายตามที่ต่างๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์เยอะๆจนมีชื่อเสียง สามารถมีผลตอบแทนได้ถึง 40,000 บาท   

 

คุณค่าของอาชีพนี้ต่อคนรอบข้างและสังคม 

คุณค่าของงานคือการได้ถ่ายทอดความรู้ของเรากับคนอื่น ปัจจุบันคนนิยมออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่ยังมีการออกกำลังกายที่ผิดวิธี บางคนออกกำลังกายทุกวันแต่ก็ยังเจ็บป่วยไม่แข็งแรง บาดเจ็บง่าย เพราะยังไม่มีความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเอง วิธีการ ความหนัก ความนาน ความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายต่างๆ ถ้าเราได้ถ่ายทอดความรู้กับคนในสังคม แล้วทุกคนรู้วิธีการที่ถูกต้องก็จะทำให้ไม่บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย และสุขภาพร่างกายแข็งแรง กายออกกำลังกายก็เป็นเรื่องสนุก และจะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนทำอย่างเป็นเรื่องปกติ

4. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ

วิทยาศาสตร์การกีฬา คือ กระบวนการในการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาให้ก้าวไปสู่ความพร้อมและความสมบูรณ์สูงสุด ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจและเทคนิคทักษะกีฬาในช่วงการแข่งขันตลอดจนพัฒนาไปสู่ความสามารถสูงสุดแต่ละบุคคลอย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วยองค์รวมของศาสตร์สาขาต่างๆ แบ่งประเภทการทำงานตามสาขาที่น้องๆจะเลือกเรียน ซึ่งจะแบ่งทักษะ ความรู้ ความสามารถออกเป็น

1. กายวิภาคศาสตร์   คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างของร่างกาย ที่ประกอบขึ้นเป็น รูปร่างสัดส่วนของร่างกายนักกีฬาแต่ละคน ได้แก่ กระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ หัวใจ ปอด หลอดเลือด เม็ดเลือดแดง เซลล์ประสาท เป็นต้น

2. สรีรวิทยา คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานหรือการทำหน้าที่ของอวัยวะระบบต่างๆของร่างกายซึ่งสามารถกระตุ้นและพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้น ได้ด้วยระบบการฝึกที่ถูกต้องเหมาะสมกับประเภทกีฬาและนักกีฬาแต่ละบุคคล เช่น ความสามารถในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ความอดทนของระบบหายใจและไหลเวียนเลือดและระบบพลังงานที่ใช้ในการแข่งขัน แต่ละประเภทกีฬา เป็นต้น รวมทั้งสาเหตุที่นำไปสู่การเสื่อมสภาพของระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย

3. ชีวกลศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก เอ็น และข้อต่อ เพื่อนำไปสู่การใช้แรง ในการเคลื่อนไหวหรือปฏิบัติทักษะ อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในแต่ละชนิดหรือประเภทกีฬา ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องทางด้านเทคนิคทักษะกีฬาแต่ละบุคคลได้อย่างกลมกลืนกับระดับความสามารถที่เป็นจริงของนักกีฬาผู้นั้นมิใช้ต้องทำตามหรือเลียนแบบแช้มป์ โดยที่มิได้เรียนรู้สภาพพื้นฐาน การฝึกซ้อมและความแตกต่างของร่างกายในแต่ละบุคคล

4. ทักษะและการฝึกซ้อมกีฬา คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้หลักการในการในการกำหนดความหนักเบา รูปแบบวิธีการฝึก เข้าไว้ในโปรแกรมการฝึกซ้อมได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละบุคคล โดยจะต้องพิจารณาและคำนึงถึงอายุ เพศ วัย ประสบการณ์ ความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งระบบพลังงานสมรรถภาพทางกาย เฉพาะประเภทกีฬา ความสามารถในการเรียนรู้รับรู้ของนักกีฬาแต่ละบุคคล เพื่อนำไปสู่การวางแผนการฝึกซ้อมในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละบุคคล

5. โภชนาการทางกีฬา คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้รายละเอียดเกี่ยวกับคุณค่าของอาหารแต่ละชนิด และรู้จักเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ได้สัดส่วนทั้งในด้านปริมาตร และคุณภาพในแต่ละช่วงของการฝึกซ้อมและแข่งขันซึ่งจะมีผลต่อการใช้พลังงานในการเคลื่อนไหวการเก็บสำรองพลังงานไว้ในกล้ามเนื้อ การชดเชยพลังงานในระหว่างการฝึกซ้อมและแข่งขันและภายหลังการฝึกซ้อมแข่งขันซึ่งจะช่วยเสริมโครงร่างและความสามารถของร่างกายให้คงสภาพแข่งแกร่งยิ่งขึ้น

6. จิตวิทยาการกีฬา คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการคิดการควบคุมทักษะการเคลื่อนไหวและทักษะกีฬารวมถึงการตัดสินใจในแต่ละสถาณการณ์ ของการฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างถูกต้องเป็นผลดีต่อเกมส์การแข่งขันและการแสดงออกซึ่งทักษะและความสามารถของนักกีฬาได้อย่างสอดคล้อง สัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

7. เวชศาสตร์การกีฬา คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน บำบัดรักษา และฟื้นฟู สภาพร่างกายให้กับนักกีฬาทั้งในสภาวะปกติและในระหว่างการฝึกซ้อมเพื่อช่วยเสริมให้สมรรถภาพทางกายอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์และพร้อมที่จะใช้งานได้ดีที่สุด

8. เทคโนโลยีทางการกีฬา คือ ศาสตร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประดิษฐ์การใช้เครื่งมือและอุปกรณ์ช่วยสนับสนุนในการพัฒนาส่งเสริมตลอดจนการแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องให้กับนักกีฬาเพื่อเพิ่ม

5. เครื่องมือที่ต้องใช้ในอาชีพนั้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ก็คือร่างกายที่ต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ เราเป็นผู้ที่ฝึกฝนนักกีฬาให้มีความพร้อมก่อนที่จะลงแข่ง เพราะฉะนั้นผู้ฝึกควรจะต้องมีร่างกายที่พร้อมด้วย นอกเหนือจากนั้นจะเป็นความรู้และความสามารถที่เราจะเลือกเสริมสร้างให้นักกีฬาตามความเหมาะสม  ดูว่านักกีฬายังขาดในส่วนไหน และเราควรจะเติมเต็มในส่วนใดเข้าไป ก็จะมีเครื่องมือที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

การออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวัน

Wednesday, March 15th, 2017

สนใจมากที่สุด เพราะเป็นการผสมผสานการออกกำลังกายแบบต่างๆ เข้าในโปรแกรมการฝึกเดียวกัน  ในหลายปีที่ผ่านมาเราได้เล็งเห็นว่าการออกกำลังแบบนี้ได้ถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

โดยเริ่มแรกนักกายภาพบำบัดได้นำแนวคิดการบริหารร่างกายแบบนี้มาใช้กับผู้ป่วยที่เข้ามาฟื้นฟูร่างกายหลังจากเกิดอาการเจ็บป่วยหรือเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งการบริหารร่างกายนี้จะสามารถทำได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำงานหรือที่บ้านเพื่อทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

การออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวัน คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวันหมายถึงการฝึกฝนร่างกายเรา ให้แต่ละอวัยวะได้ขยับเขยื้อนหรือใช้ได้เต็มที่ในแต่ละวัน อย่างเช่น การยกของหนัก การก้มหยิบของที่อยู่บนพื้น การปีนขึ้น-ลงบันได หรือการอุ้มเด็กในขณะที่เราคุยโทรศัพท์อยู่ เป็นต้น ถ้าร่างกายได้ฝึกฝนท่าทางการขยับเขยื้อนที่ถูกต้องแล้ว ก็จะทำให้เกิดความแข็งแรงและยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น

โปรแกรมการออกกำลังกายนี้จะเน้นหนักไปในกิจกรรมที่ต้องใช้กำลัง และกิจกรรมที่มีการขยับร่างกายบ่อยๆ แต่ใช้กำลังเพียงเล็กน้อย เมื่อกิจกรรมทั้งสองมาผสมผสานกัน ก็จะทำให้ผู้ฝึกรู้ถึงการขยับร่างกายที่ถูกต้องเหมาะสม โดยส่วนใหญ่จะเน้นกล้ามเนื้อแกนกลางของหน้าท้องและช่วงหลังตอนล่างเพราะกล้ามเนื้อเหล่านี้มีความสำคัญในการเคลื่อนไหวของร่างกาย

ข้อดีของการออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวัน

  • การทำงานที่เสถียรและดีขึ้นของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ
  • ช่วยลดอาการบาดเจ็บเนื่องจากการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง
  • ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและยืดหยุ่นให้กับร่างกาย

 

ท่าต่างๆของการออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวัน (ออกกำลังกายแบบผสมผสาน)

1)  การฝึกร่างกายเพื่อลดการกระเทือน TRX

การฝึกนี้พัฒนามาจากการฝึกทหารเรืออเมริกัน เมื่อเราได้ฝึกตามแบบแผนที่กำหนดมา ผลก็คือร่างกายเราก็จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นการฝึกที่สามารถใช้ได้กับทุกคนที่มีน้ำหนักแตกต่างกัน

ผู้ที่ทำการฝึกนี้จนรูปร่างสมส่วนได้รูปเพราะเกิดจากการบริหารร่างกายในทุกๆ ส่วนเพื่อสร้างพละกำลัง ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ความพอดีของร่างกาย และการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่นการหมุนแขนหรือขาเป็นรูปวงกลมนั้น ก็ใช้แรงเหวี่ยงจากน้ำหนักของร่างกายเราเอง ซึ่งไม่ต้องใช้น้ำหนักอื่นใดเข้ามาช่วย  หรือการบริหารขาของเราโดยกางขาออกแล้วนั่งลงบนพื้นโดยต้องทรงตัวตรงของเราไว้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราบริหารร่างกายส่วนแกนกลางลำตัวให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ที่ทรู ฟิตเนส ผู้ฝึกสอนจะแนะนำการออกกำลังกายแบบนี้ให้สมาชิกก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อใช้สำหรับการบริหารร่างกายในระดับต่อๆ ไป

2) การยกลูกบอลยางเหนือศีรษะ

เมื่อเรายกตัวเด็กชูขึ้นสูงด้วยแขนทั้งสองข้าง ในขณะเดียวกันขาและหลังของเราก็ต้องทำงานประสานกันด้วย เช่นเดียวกับการยกลูกบอลยางนี้ก็เป็นการบริหารขา หลังช่วงล่าง แขนและไหล่ของเราให้แข็งแรงมากขึ้น

  • เริ่มต้นด้วยการยืนแยกขาออกพอประมาณ ยกลูกบอลยางให้อยู่ข้างหน้าเราด้วยมือทั้งสองข้าง
  • ค่อยๆ ย่อตัวลงมาโดยที่หัวและหลังเรายังคงตั้งตรงอยู่ และเก็บหัวเข่าเราให้อยู่เหนือข้อเท้าเสมอ (ไม่ต้องรีบทำ)
  • เสร็จแล้วกลับมาอยู่ท่าเดิมแล้วยกลูกบอลยางขึ้นเหนือศีรษะเรา ค่อยๆ ย่อตัวลงมาอีกครั้งพร้อมกับลดลูกบอลยางลงมาที่พื้น ทำแบบนี้ทั้งหมด 10 ครั้งต่อเซ็ท ทำซ้ำ 3 เซ็ท แล้วจึงคอยเพิ่มน้ำหนักลูกบอลไปเรื่อยๆ เมื่อเราแข็งแรงขึ้น

3) ท่าบริหารแบบย่อขา

ท่าบริหารแบบย่อขา เป็นการออกกำลังกายเพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพราะมันสามารถพัฒนาอิริยาบถและท่าทางของเราให้ดีขึ้น โดยการทำให้กล้ามเนื้อหลัง หัวไหล่ และแขนนั้นแข็งแรงมากขึ้น แล้วยังส่งผลไปถึงร่างกายช่วงล่างของเรานั้นก็แข็งแรงและยืดหยุ่นเช่นเดียวกัน ท่าบริหารแบบย่อขานี้สามารถดัดแปลงได้อีกหลายแบบด้วยกัน อีกทั้งสามารถบริหารควบคู่กับการใช้ดรัมเบล คิทเทิลเบล หรือบาร์เบลได้ด้วย

  • ท่าบริหารแบบเดินย่อขา ก้าวขาไปข้างหน้า 1 ก้าวโดยที่เท้าวางขนานไปกับพื้นด้านหน้า แล้วเราพยายามย่อสะโพกลงจนกระทั่งหัวเข่าด้านหน้าอยู่ตรงกับข้อเท้า
  • เก็บหัวเข่าด้านหลังให้ทำมุม 90 องศาและยกตัวเองขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยเท้าด้านหน้าของ เราให้กลับไปท่าที่เริ่มทำ
  • สลับก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งออกไปและทำซ้ำแบบเดิม ในขาแต่ละข้างประมาณ 10-15 ครั้งต่อเซ็ท บริหารประมาณ 2-3 เซ็ท
  • เมื่อกล้ามเนื้อเราพัฒนาและแข็งแรงมากขึ้นแล้ว เราสามารถที่จะทำให้กล้ามเนื้อเราแข็งแรงมากขึ้นไปอีก ด้วยการบริหารร่างกายแบบย่อขาให้หนักมากยิ่งขึ้น คือ แทนที่เราจะแค่ก้าวเดินไป เปลี่ยนมาเป็นการกระโดดแทนที่ ซึ่งจะทำให้เราสามารถพัฒนาการทรงตัวของแกนกลางลำตัวเรา การทรงตัวของสะโพก พละกำลังและความแข็งแรงก็จะตามมา

 

สิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติ

 

สิ่งที่ควรปฏิบัติ

  • เราควรที่จะออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย แต่ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องแบ่งการออกกำลังกายสำหรับแต่ละกล้ามเนื้อ ยกตัวอย่าง เช่น การเล่นท่าสควอชและบริหารกล้ามเนื้อต่างๆ ท่าบริหารกล้ามเนื้อหลัง การบริหารร่างกายโดยการสะบัดเชือก หรือการเล่นกับลูกบอลยาง เป็นต้น การบริหารร่างกายเหล่านี้จะสามารถทำให้เราใช้ทุกส่วนของร่างกายไปพร้อมๆ กันและเกิดผลดีอย่างมากมายด้วย ร่างกายถูกออกแบบให้ทำงานอย่างเป็นระบบ จะทำให้เกิดผลที่ดีกว่าการออกกำลังกายที่เฉพาะลงไปในแต่ละส่วน
  • เราควรยกน้ำหนักในขนาดที่ต่างๆ กันบ้าง อย่างเช่นการออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวันนั้น จะใช้ดรัมเบลหรือตัวยกน้ำหนักขนาดต่างๆ เราก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพของร่างกายเราในการออกกำลังกายได้ชัดขึ้น

 

สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ

  • ห้ามออกกำลังกายโดยการดูแล้วเลียนแบบจากผู้อื่น เราควรทำตามข้อคำแนะนำที่ถูกต้องจะดีกว่า การมีท่าออกกำลังกายแบบต่างๆ และเครื่องบริหารร่างกายจำนวนมากที่พบเจอในสถานที่ออกกำลังกายที่ใช้ในการออกกำลังกายเพื่อชีวิตประจำวัน แต่บ่อยครั้งที่เครื่องบริหารเหล่านั้นจะถูกใช้แบบผิดวิธี หรือผู้เล่นเองไม่เหมาะกับการเล่นเครื่องบริหารนั้นๆ บางครั้งผู้เล่นก็จะเฝ้าดูและเลียนแบบผู้เล่นท่านอื่นๆ ในการใช้เครื่องบริหารร่างกาย แต่ผู้เล่นท่านอื่นๆ นั้นก็อาจจะใช้ท่าเล่นที่ผิดวิธีอยู่ก็ได้ ฉะนั้นการขอคำแนะนำจากครูผู้ฝึกสอนในการเล่นเครื่องบริหารร่างกายอย่างถูกต้องและท่าประกอบของการเล่นด้วย